2007/Jul/04

เราเป็นคนจุดเดือดต่ำ... ต่ำกว่าปรอทของคนปกติทั่วไป

ใครบางคนเคยบอกว่า ไม่ดี เพราะมันทำให้ดูเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความอดทน(แล้วไง..ไม่แคร์ร์ร์ร์)

ในขณะที่ใครบางคนบอกว่า ดี เพราะมันทำให้เรามีชีวิตอยู่กับสิ่งที่เรามีความสุขจริงๆ

.

.

ในชีวิตคนเรา บางทีก็ต้องใช้สมอง คู่ไปกับปรอทในการดำรงอยู่

บางทีสมองมองแล้วว่าต้องทำ แต่ปรอทแตก...แหลกไปแล้ว ก็คงทำไม่ได้

บางทีปรอทยังเย็นอยู่ แต่สมองกลับประมวลว่าไม่ควรยื้อ... อืม ก็ต้องทิ้งมันไป

.

.

เราเป็นคนเชื่อ และศรัทธาในตัวเองมากกว่าอย่างอื่น

.

.

บางครั้งการยืนด้วยขาข้างเดียว บนจุดที่แข็งแรง และสวยงามที่สุดในโลก

ก็ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้แม้แต่น้อย

เพราะเมื่อวันที่ขาของเราหมดแรง ร่างกายล้มลงกระแทกพื้น

จุดก็ยังคงอยู่ที่เดิม

แต่คนเจ็บน่ะ... คือกู

........


edit @ 2007/07/04 02:45:25

2005/Dec/04

พ่อคะ

สบายดีมั้ย... เข้าปีที่เจ็ดแล้วนะคะที่เราไม่ได้เจอกัน

แต่มันก็เป็นเจ็ดปีที่เราคิดถึงกัน..ทุกทุกวัน

ตอนนี้พ่อเป็นยังไงบ้างคะ ...ลูกหวังว่าพ่อคงสบายดี

ที่ตรงนั้นคงจะสบายดีและพ่อคงอยู่ที่นั่นอย่างมีความสุข

เพราะ...พ่อไม่เคยกลับมา

ตอนนี้เดือนธันวาแล้วค่ะพ่อ... เดือนที่ลูกเคยรักและรอคอยมันมาตลอด

ก่อนหน้าที่พ่อจะจากไป...

พ่อจำได้มั้ยคะ ลูกที่ขี้เกียจคนนี้เคยบอกพ่อว่า

"เดือนธันวาวันหยุดเยอะที่สุด มีวันพ่อ และมีวันเกิดพ่อด้วย"

ใช่ค่ะ เหตุผลนั้นล่ะที่ทำให้ลูกรักเดือนนี้มากที่สุด

และเหตุผลเดียวกันนี้เองที่ทำให้ลูกเกลียดเดือนนี้มากที่สุด....หลังจากที่พ่อจากไป

วันพ่อที่ลูกเคยรอเพื่อที่จะให้ของขวัญเซอร์ไพรซ์พ่อในแต่ละปี

แม้แต่ปีหนึ่งที่ดูเหมือนลูกสิ้นคิดที่ซื้อบุหรี่เป็นของขวัญให้พ่อ

บุหรี่..ที่วันหนึ่งมันกลับมาเป็นตัวการที่พรากเอาพ่อไป...ลูกเสียใจจัง

ถ้าวันนั้นบุหรี่ซองนั้น ที่มีหมึกตราม้าวาดรูปหัวใจไว้ที่ซอง

บุหรี่ที่เด็กโง่ๆคนนึงกล้าหาญชาญชัยแหวกกฏหมายไปซื้อตอนอายุ 7ขวบเพื่อให้กับพ่อตัวเอง

ถ้าบุหรี่ซองนั้นไม่อยู่ในมือพ่อ...หลังจากนั้นอีกสิบสองปี พ่ออาจจะมีชีวิตยาวกว่าที่มันเป็นสักสามวัน

พ่อคะ ...ลูกยังรู้สึกผิดมาถึงตอนนี้เลยพ่อรู้มั้ย

อีกสองวันก็จะถึงวันพ่อแล้วค่ะ

ที่นี่ยังเหมือนเดิม และก็คงเหมือนเดิมสำหรับลูกด้วยที่วันพ่อจะเป็นวันที่ลูกเก็บตัวเงียบไม่ออกไปไหน

ไม่ใช่ว่าเบื่อคนเยอะ หรือเซ็งกับเหตุผลร้อยแปด

แต่ลูกไม่อยากเห็นภาพของพ่อที่เขาจูงมือลูกออกมาเที่ยว

เพราะมันจะทำให้ลูกคิดถึงพ่อมาก....มากจนกลายเป็นเด็กขี้อิจฉาเมื่อเห็นภาพเหล่านั้น

โดยเฉพาะปีนี้..อย่างที่รู้ๆ ว่าหกปีหลังจากพ่อไม่อยู่

ลูกได้แต่ปลอบใจตัวเองด้วยการออกไปหาคุณตา กอดคุณปู่ในวันพ่อ

แต่ในปีนี้ ...ลูกไม่เหลือใครสักคน

เพราะทั้งคุณตากับคุณปู่ก็จากไปแล้วเหมือนกัน.... ดูเหมือนตลกร้ายที่บ้านเราไร้ผู้ชายไปเลย

เหลือแค่น้องกับหลานตัวเล็กของพ่อเท่านั้น

วันพ่อปีนี้ของที่บ้านเรา คงจะเป็นวันพ่อที่พิเศษกว่าบ้านอื่นแหงๆ เพราะเราคงต้องกอดแม่กับคุณย่าแทน

แต่ลูกจะพยายามคิดแต่สิ่งดีๆนะคะ ว่าอย่างน้อยๆลูกเองก็โชคดีกว่าคนอีกหลายคน

ที่ต่อให้ตอนนี้ลูกไม่มีพ่อแล้วก็ตาม แต่ในชีวิตลูกยังมีโอกาสได้มีพ่อกะเขาตั้งสิบเก้าปีเต็มแน่ะ

แต่หลังจากวันพ่อนี่สิคะ...ที่ลูกยังนึกไม่ออกเลยว่าจะปลอบใจตัวเองให้เข้มแข็งได้แค่ไหน

วันพ่ออยู่ต้นเดือน วันเกิดพ่อคือวันสิ้นปี แต่กลางเดือนธันวานี่สิ...ที่เป็นวันที่พ่อจากลูกไป

ทุกๆปีที่มันย้อนกลับมาอีก...ความเจ็บปวดมันไม่ได้น้อยลงเลยค่ะพ่อ

ลูกเคยคิดว่าวันนึง ความเจ็บปวดมันจะจางไป เหมือนกับความเจ็บอื่นๆที่ลูกเคยได้เจอ

แต่กับเรื่องนี้...น่าแปลกที่มันกลับมากขึ้นในทุกๆปี

ราวกับว่าความเจ็บปวดมันจะแปรผันตามไปกับเวลาซะงั้น

มันเจ็บจนหายใจไม่ออกจริงๆนะ ที่ต้องรับความจริงให้ได้ว่าคนที่เรารักที่สุดได้จากเราไปตลอดกาลแล้ว

พ่อรู้มั้ยคะ ลูกรอพ่อกลับมาตลอด

รอว่าทุกๆวันตอนเย็นพ่อจะกลับเข้ามากอดลูกแล้วร้องเพลงเก่าๆให้ฟัง

แต่ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไร มันก็เหมือนจะตอกย้ำให้ลูกรู้เท่านั้นว่าพ่อเดินจากไปไกลแล้ว

ไกลขึ้น ไกลขึ้นทุกวัน

คิดถึงพ่อจังค่ะ

จริงๆลูกอยากจะเขียน อยากจะบอกอะไรมากกว่านี้เยอะแยะ แต่ตอนนี้..ไม่ไหวแล้วค่ะ

จบแค่นี้ดีกว่า ให้พ่อเห็นลูกพิมพ์ไปทำหน้าเหยๆเพราะเศร้าแค่นี้ดีกว่า...

แบบที่พ่อเคยบอกว่าไม่อยากให้ลูกร้องไห้ และลูกของพ่อต้องเข้มแข็ง

...แล้วสักวันเราจะเจอกันใหม่นะคะพ่อ ไม่ต้องห่วงอะไรทางนี้ทั้งนั้น ลูกสัญญาว่าจะดูแลแม่กับน้องเอง

รักและคิดถึงพ่อเสมอค่ะ

ลูก

2005/Oct/18

ว่าจะมาอัพ ไม่ได้มาสักที ไม่ใช่ไรขี้เกียจ ช่วงนี้งานเยอะม๊ากค่ะ หมดงานหนังสือไปซะที...

งานปีนี้เป็นปีแรกที่ไปหลายวันสุด ปกติเกลียดคนเยอะๆ ไม่ชอบ เป็นคนขี้รำคาญ เจอคนเยอะแย่งกันทำอะไรแล้ววีนแตก แต่คราวนี้จำเป็น... งานครั้งนี้ที่ สนพ มีบูธของตัวเอง แถมมีบังคับ(นิดๆ)ว่านักเขียนควรไปนะจ๊ะ ทั้งช่วยขายและแจกลายเซ็นต์ บังเอิญว่าปีนี้เราเข็นงานออกมาไม่ทัน เลยเข็นพี่นัทไปแจกแทน เพราะหนังสือเค้าวางพอดี ก็ดีนะ ไม่เหนื่อยมาก นั่งตลอดเลย หิหิหิ ขายหนังสือก็ไม่ได้ขาย เพราะมีพี่เขาขายอยู่แล้ว เลยนั่งคุยกับพี่นัทไปพลางเรียงที่คั่นสือไปพลาง หลับไปบ้างบางที...เพราะแม่งง่วงมากกกกก พอเบื่อๆก็ไปเดินเล่นกะพี่นัทสองคน หาไรกิน แล้วก็แล่นกลับมาใหม่ แต่วันหลังๆเริ่มขี้เกียจตื่น เลยไม่ไปซะงั้น ทั้งๆที่รู้นะว่าพี่เค้าอยากไปทุกวัน หิหิ

หนังสือที่บูธขายดี "สะใจ" แถมหนังสือพี่นัทขายดีจนวันสุดท้ายหมดก่อนไม่พอขายเสียอีก ดีจัง ญาติมาอุดหนุนตึมเลยนี่ได้ข่าว แต่ก็นะดีแล้วที่ขายดี..เพราะจะได้มีกำลังใจ เล่มแรกนี่นาสตาร์ทสวยก็อยากทำงานใหม่ๆ งานนี้คนชมเยอะนะ ส่วนมากจะชมว่าพี่เค้าเขียนได้"สมจริง" จนบางคนแม่งเสือกมองว่าเรื่องจริงของพี่นัท วะฮ่าฮ่า บ้าไปแล้ว บอกไว้ตรงนี้เลยว่าเรื่องทอมเขาไม่ได้เอามาจากใครหรอก เอามาจากตรูเองน่ะแหละ.. อ๋อ ไม่ได้หมายความว่าเอามาจากตัวชั้นนะ(เดี๋ยวจะไปกันใหญ่) แต่หมายความว่าพล๊อตเรื่องนี้ เราเป็นคนคิดให้พี่เขาเอง ก็เรื่องของเรื่องมันเริ่มจากว่า...มีโครงการที่พี่เค้าจะทำหนังสือ แล้วด้วยความที่ยังใหม่ เราเลยช่วยคิดพล๊อตไปให้เนื่องจากเห็นว่า มันใหม่ดี เรื่องเกี่ยวกับทอมเนี่ย...ยังไม่ค่อยมีใครเขียน แล้วก็ออกมาเป็นอย่างนี้ล่ะ โดยที่ตลอดเวลาที่เขียน แป้งและเหมยพี่แกก็จินตนาการมาจาก "โฟร์ - มด" ตลอด...(ได้ข่าวว่าชอบมาก อิอิ)

ขำมากกก ที่มีคนเอาไปคิดเป็นตุเป็นตะว่าตัวละครแต่ละตัวคือใครบ้าง โธ่ นิยายเว้ยย ไม่ใช่คอลัมภ์ซ้อเจ็ด ไม่ต้องเดาหรอก ไม่มีใครทั้งนั้นตลกดี ที่คนส่วนมากมักจะแยกเรื่องแต่งกับเรื่องจริงไม่ออก ทั้งที่จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ดูยากอะไรมากมาย แต่ก็เป็นได้นะว่าคนอ่านเขาอ่านไปแล้วอินจัด และบังเอิญรู้จักกะคนเขียนเข้า เลยเอาตรงนี้ มาบวกกับจินตนาการในสมอง คิดตามไปเรื่อย (จริงๆแล้วเราว่าดีนะ ถือว่าเขียนดีไงคนเลยนึกว่าเรื่องจริง แต่เจ้าตัวคนเขียน คงไม่เเฮปปี้เท่าไร ที่เขียนแทบตาย มาหาว่ากูเขียนเรื่องคนนั้นคนนี้...หุหุจนวีนแตก) เออ เข้าใจเป็นตรูก็ไม่ชอบเหมือนกัน...

เหอ เหอ เอาเหอะช่างแม่ง ขอให้ขายได้ ขายดีก็พอ คนมันจะเอาไปพูดไรก็ช่างเหอะ เพราะด่าไปคนได้ตังค์ก็กูอยู่ดี หิหิหิ

วกมางานหนังสืออีกรอบ งานครั้งนี้เราได้หนังสือมาไม่กี่เล่ม เนื่องจากขี้เกียจเดิน ขี้เกียจอ่าน ของเก่าค้างอยู่เพียบร่วมสิบเล่ม หลังๆซื้อไรมาก็ดอง จนไม่อยากซื้อไรแล้ว ที่ไม่มีเวลาอ่านไม่ใช่เพราะไรหรอก เวลาจะเขียนงานยังไม่มีเล๊ย แบบที่รู้ๆกันพักนี้ต้องพักผ่อนมากๆ เหลืออีกแค่ไม่ถึงสองเดือนเบบี๋ก็มาแล้น เมื่อวานก็ว่าจะไปแต่ไม่ไปดีกว่า... คนคงเยอะเพราะวันสุดท้าย ...

วันนี้ไป สนพ มา ไปรับทรัพย์กะพี่นัทเหมือนเคย เจอพี่กิ๊กกะพี่พะริมใช้เลย ฮ่าๆ มันส์ไปเลยตรู ตอนแรกกะจะไปนอนซักหน่อย เพราะเมื่อคืนทั้งคู่เลยไม่ได้นอน นอนไม่หลับวันนี้เลยง่วงกันชิบหาย ไปดูหนังต่อ สารภาพว่าไม่ได้ดูเลยเพราะหลับอย่างเดียวตื่นมาจบเเเล้ว เย้ กลับบ้านมาก็หลับต่อ...เพิ่งตื่นตอนนี้นั่นแล ว่าแล้วก็ไปนอนต่อดีก่า..แล้วเจอกัน

ปล...ปกติชั้นไม่ชอบยุ่งกับใคร ถึงไม่ชอบให้ใครมาพาลยุ่งเรื่องชั้นไปด้วย

ปลสอง... เก็บปากไว้แดกข้าวเหอะน้อง เม้าท์เรื่องชาวบ้านเค้าไม่ได้ทำให้เสนียดในตัวร่วงหรอก

ปลสาม....หนังสือไม่ใช่ฟรีทีวีตามบ้านค่ะ ไม่มีใครบังคับให้เสพ ไม่อยากอ่านเล่มไหน ก็ผ่านไป "ไม่ต้องสนใจ" ก็แค่นั้นเอง

อยากกินอากิโยชิว่ะ.......